 |
ใช้เวลาในการอนุมัตินานแค่ไหน |
 |
ระยะเวลาในการพิจารณาผลของแต่ละผลิตภัณฑ์ไม่เท่ากันครับ มีตั้งแต่ 3 วัน จนถึง 2 สัปดาห์ หลังจากผู้สมัครยื่นเอกสารประกอบการสมัครครบถ้วน ซึ่งปัจจัยอื่น ๆ มีดังนี้
- ความครบถ้วนของเอกสารการสมัครของลูกค้า (ถ้าครบถ้วนจะสามารถเข้าระบบการพิจารณาได้ทันที แต่หากไม่ครบถ้วน ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลเอกสารสมาชิกจะติดตามขอเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเข้าระบบ เนื่องจากเอกสารเอกสารที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สมัครไม่ได้รับการอนุมัติ)
- ความยากง่ายในการติดต่อลูกค้า (หลังจากที่เอกสารเข้าระบบการพิจารณา ในเบื้องต้นทางธนาคารอาจมีการโทร confirm การสมัครกับลูกค้าก่อน ซึ่งมีโอกาสจะโทรได้ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน หรือ มือถือ ดังนั้นหากยังติดต่อไม่ได้ ทางธนาคารก็ไม่สามารถพิจารณาในขั้นตอนต่อไปได้ ดังนั้น หลังจากที่ยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว ขอความกรุณาผู้สมัครพยายามรับโทรศัพท์ในช่วงนั้น ๆ จนกว่าจะทราบผลการสมัคร)
- ปริมาณใบสมัครที่เข้ามาในระบบ หากช่วงไหนมีปริมาณใบสมัครเข้ามาที่บริษัทสูงมาก ๆ อาจทำให้ล่าช้าไปเล็กน้อย แต่ปัจจัยนี้เราสามารถรองรับได้ในปริมาณสูงมากอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหาในส่วนนี้
- เกิดปัญหาจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เช่นระบบของธนาคารนั้น ๆ มีปัญหา หรือมีเหตุขัดข้องทางเทคนิค
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้สมัครทราบผลรวดเร็ว ก็คือ ความครบถ้วนของเอกสารประกอบและความง่ายต่อการติดต่อครับ
|
 |
ทำอย่างไรให้สามารถอนุมัติได้ง่าย |
 |
หลักเกณฑ์ในการอนุมัติของแต่ละธนาคารนั้นไม่เหมือนกัน แต่จะมีหลักที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ดังนี้
- ผู้สมัครต้องมีรายได้ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด มีผู้สมัคร 2 กรณีครับ
- ผู้สมัครที่ฐานเงินเดือน (Basic Salary) ถึงเกณฑ์อยู่แล้ว ตรงนี้ไม่มีปัญหาใด ๆ ครับ
- ผู้สมัครที่ฐานเงินเดือน (Basic Salary) ไม่ถึงเกณฑ์ แต่มีรายได้อื่น ๆ รวมแล้วผ่านเกณฑ์ เช่น คอมมิชชั่น ค่าวิชาชีพ ค่าตำแหน่ง คอมมิชชั่น โอที ฯลฯ รายได้เหล่านี้บางธนาคารนำมาคำนวณให้แต่บางรายการอาจคิด 50% บางรายการให้ 100% ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร ผู้สมัครในกรณีนี้ส่วนใหญ่ต้องแนบสลิปเงินเดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือนย้อนหลัง หรือ เอกสาร ทวิ50 แล้วแต่กรณี ซึ่งลูกค้าไม่ต้องกังวลในส่วนนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจะแนะนำท่านอยู่แล้วว่าต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมใดบ้าง
- ผู้สมัครมีประวัติการเงินที่ดี
- ผู้สมัครควรที่จะมีประวัติการชำระเงินกับสถาบันการเงินอื่นที่ดีหมายถึง ไม่ชำระล่าช้าเกินกำหนด (หาก 2 - 3 วันไม่เป็นไร) ไม่มีประวัติหนี้เสีย (Blacklist) กับสถาบันการเงินอื่น ๆ
- ผู้สมัครรับเงินเดือนผ่านธนาคาร มีกรณีต่าง ๆ ดังนี้
- ผู้สมัครที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารแบบ Payroll ตรงนี้สามารถสมัครและได้รับการอนุมัติง่ายที่สุดครับ เนื่องจากธนาคารสามารถพิสูจน์รายได้ของคุณได้ชัดเจน
- ผู้สมัครที่ที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารแต่เป็นเช็ค หรือแบบที่ ฝ่ายบัญชีหรือเจ้าของ โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้ หรือคุณนำฝากเองตรงกันทุกเดือน ในกรณีนี้ผู้สมัครอาจสมัครได้เพียงแค่บางธนาคารเนื่องจากบางธนาคารได้กำหนดเงื่อนไขในกรณีนี้ชัดเจนว่าไม่รับผู้สมัครที่รับเงินเดือนในลักษณะนี้ สาเหตุคือบางกรณีไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินที่เข้าบัญชีเป็นรายได้จริง หรือ นำเงินจากที่อื่นมาผ่านบัญชีธนาคาร
- ผู้สมัครที่รับเงินเดือนเป็นเงินสด แบบไม่ผ่านบัญชี หรือนำฝากเองแต่ไม่ต่อเนื่อง หรือ ฝากบางส่วน ผู้สมัครในกรณีไม่สามารถยื่นสมัครได้ครับ (ผู้สมัครใน 2 กรณีหลังหากมีบัตรเครดิตควรยื่นแบบโอนหนี้ครับจะมีโอกาสผ่านมากกว่า)
- ภาระผ่อนชำระต่อเดือน ไม่ควรสูงมากเกินไป หากสูงมากควรแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเพราะเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ใดในช่วงนั้นที่สามารถรับลูกค้าที่มีภาระหนี้สูงได้บ้าง (ผู้สมัครในกรณีหากสมัครในโปรแกรมโอนหนี้อาจทำให้ได้รับผลการอนุมัติที่ง่ายกว่าการยื่นในเคสปกติ)
- มีเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ง่ายทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ส่วนใหญ่ผู้สมัครอาจมีปัญหาในกรณีที่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน กรณีนี้อาจส่งผลให้ไม่ได้รับการอนุมัติครับ
- ผู้สมัครไม่ใช่กลุ่มอาชีพเป้าหมายของธนาคารนั้น ๆ (ในกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการจะแจ้งให้ท่านทราบเองว่าท่านสามารถสมัครของที่ไหนได้บ้าง)
|
 |
ทำไมเมื่อสมัครเลือกใช้บริการแล้วจึงไม่ผ่าน |
 |
สาเหตุในการไม่อนุมัตินั้นมีหลากหลายมากครับไม่สามารถบอกได้ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ 90% อยู่ในกรณีดังนี้
- คุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์ เช่น เงินเดือนไม่ถึง อายุงานไม่ถึงเกณฑ์ อายุน้อยหรือมากเกินกำหนด
- ติดต่อผู้สมัครไม่ได้ ผู้สมัครไม่มีเบอร์บ้าน
- ไม่สามารถพิสูจน์รายได้ได้จริง เช่น การรับเงินเดือนเป็นเงินสด
- เป็นพนักงานชั่วคราว หรือยังอยู่ในช่วงทดลองงาน
- มีหนี้เสียกับสถาบันการเงินอื่น
- ภาระหนี้สูงเกินกำหนด
- ไม่ผ่านระบบ Credit Scoring เนื่องจากข้อมูลต่าง ๆ ของคุณถูกป้อนเข้าคอมพิวเตอร์ และประมวลผลอออกมาเป็นคะแนน แต่ในรายละเอียดไม่สามารถเจาะลึกได้มากไปกว่านี้ครับ
|
 |
ระบบออนไลน์มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน |
 |
นโยบายของเรา คือ การรักษาความเป็นส่วนตัวและข้อมูลลูกค้าอย่างเข้มงวดสูงสุด และห้ามให้เจ้าหน้าที่แต่ละส่วนงานเปิดเผยข้อมูลของผู้สมัครต่อสาธารณะ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น และทางบริษัทมีบทลงโทษในกรณีนี้เด็ดขาดและรุนแรง นี่คือนโยบายภายใน
ส่วนระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์เราได้ปรับปรุง และพัฒนาระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ให้ได้มาตรฐานระบบระดับสากลด้วยทีมงานโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ดังนั้นท่านจึงสามารถมั่นใจในระบบออนไลน์ของเราได้เต็ม 100%
|
 |
Blacklist คืออะไร |
 |
Blacklist กล่าวง่าย ๆ คือ หนี้เสีย ที่ผู้สมัครเคยมีกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ใด ๆ ซึ่งแม้จะปิดบัญชีไปแล้วก็ควรรออย่างน้อย 1 ปี เพื่อยื่นสมัครกับสถาบันการเงินอื่นต่อไป แต่หากยังไม่ปิดบัญชี ท่านแทบจะไม่มีโอกาสในการได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงินอื่นเลย
|
 |
สามารถเลือกสมัครทีละพร้อมกันหลาย ๆ รายการได้หรือไม่ |
 |
ไม่ใช่ปัญหาที่ผู้สมัครจะสมัครพร้อม ๆ กันหลายรายการ เนื่องจากเอกสารประกอบการสมัครส่วนใหญ่ใช้เป็นสำเนาได้ และเมื่อผู้สมัครได้รับการอนุมัติพอใจแล้วรายการอื่นที่เหลือก็สามารถยกเลิก หรือปฎิเสธวงเงินที่อนุมัติได้
|